นวดแก้อาการ 15 โรค


2445632 

*ร้านหมอตำแย* * หมอนุช0860423739*แพทย์แผนไทย รับอยู่ไฟคุณแม่หลังคลอด นวดเพิ่มปริมาณน้ำนม นึ่งหม้อเกลือใบพลับพลึงให้หน้าท้องยุบ มดลูกแห้ง เข้าอู่เร็ว ร่างกายปรับสภาพได้เร็ว แข็งแรงขึ้น

มดลูกซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อรูปแพรคว่ำ ที่สามารถขยายตัวได้เป็นสิบเท่า ทำหน้าที่ปกป้องหุ้มห่อทารก ภายในมีน้ำคร่ำซึ่งเป็นอาหารและออกซิเจนของทารก ดูดกินผ่านทางสายสะดือส่งโลหิตแดงจากมารดามาสู่ทารก และเส้นโลหิตดำจากทารกสู่มารดา ทำให้ทารกแหวกว่าย อยู่ในโพรงมดลูกได้อย่างอิสระ เจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณน้ำหนักมากขึ้น จนกว่าจะครบอายุครรภ์ ๙ เดือน วันแห่งความปลื้มปิติของคุณแม่ก็มาถึง เมื่อ น้ำทูนหัวเริ่มแตกไหล อุ้งเชิงกรานขยาย ยอดมดลูกพลิกกลับตัวไปอยู่ด้านหลัง ปากมดลูกเริ่มขยายเพื่อให้ทารกคลอดออกมาลืมตาดูโลก เสียงแรกของลูกทำให้คุณแม่ภูมิใจเป็นที่สุดและคำว่าสมประกอบครบถ้วน๓๒ พร้อมคำปลอบใจก็จะตามมา คุณหมอจะนำทารกหนักประมาณ ๒ กก.มาวางบนหน้าอกให้คุณแม่ได้ชื่นใจ 

การอยู่ไฟคืออะไร 
การอยู่ไฟหลังคลอดคือ การปรับระดับความสมดุลของร่างกาย (Physiological Change) ให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น (Increase blood Volume) หลังจากที่คุณแม่เสียเลือดหรือตกเลือด น้ำคร่ำหรือเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว เยื่อบุพื้นมดลูก ที่คั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมากในโพรงมดลูก จะแห้งไปด้วยความร้อนที่ประคบบริเวณหน้าท้อง ทำให้มดลูกหดตัวลงอย่างรวดเร็ว รูปทรงของกระดูกสันหลังที่โค้งเสียรูปไปจากน้ำหนักของทารกจะกลับเข้าที่ด้วยการนวดหลัง และสะโพกให้เส้นเอ็น เข้าที่ ก้นกบซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของจุดจักระจะถูกกระตุ้น ทำให้คุณแม่สดชื่น นวดโกยหน้าท้องทำให้สายน้ำนมที่อยู่บริเวณยอดปีกมดลูกทั้งสองข้าง ส่งน้ำนมสู่เต้าได้ดี 

ขั้นตอนและวิธีการ 
๑.) นวดตัว หมอตำแยในสมัยโบราณจะชำนาญอย่างมาก ในการนวดแผนไทยและนวดฝ่าเท้า สลับกัน เพื่อเป็นการไล่ลมออกจากกระดูก การกดจุด คลายเส้นเอ็นกล้ามเนื้อที่หดเกร็งจากการปวดเบ่ง เปิดจุดจักระที่หัวเหน่า กระเบนเหน็บ สลักเพชร หน้าท้อง เหยียบตะเกียบที่ขาทั้งสองข้างให้เส้นเอ็นบริเวณต้นขา หย่อนหลังจากการปวดท้องเตรียมตัวคลอดนาน จนบางคนไม่สามารถนอนขัดสมาธิได้ เพราะกล้ามเนื้อขาแข็ง 

๒.) การอบสมุนไพรสด (กระโจม) ให้คุณแม่อบตัวด้วยไอน้ำร้อนจากสมุนไพรสดหลายชนิด ให้เหงื่อออกมากเพื่อการเผาผลาญ พลังงาน (Metabolic rate) ให้ระบบทางเดินหายใจ และระบบหลอดเลือด (Carodiorespiratory) ถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น ความร้อนทำให้ร่างกายกำจัดสารพิษออกมา (detoxify) และช่วยให้เซลล์ลูไลท์ใต้ผิวหนังลดลง 

๓.) นวดน้ำมันหอมหรือน้ำมันงา หลังจากที่นั่งอบสมุนไพรนาน ทำให้ผิวหนังผละรูขุมขนเปิดทำให้ไขมันชั้นให้ผิวหนังแห้ง เราต้อง ถนอมผิวคุณแม่ด้วยน้ามันงาหรือหรือน้ำมันอะโรมา เพื่อกระตุ้นให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น นุ่มนวล คราบไคลและสิ่งสกปรก จะหลุดออกมาทำให้ผิวขาวสดใส 

๔.) นวดฝ่าเท้า กดจุดสะท้อน บริเวณของฝ่าเท้าประกอบด้วยเส้นประสาทในแนวดิ่ง จากศีรษะจรดปลายนิ้วเท้า ด้านเท้าซ้ายมี 5 แถบ ด้านเท้าขวามี 5 แถบ เน้นการรักษาอาหารของโรคและฟื้นฟูสมรรถนะของร่างกาย เส้นประสาทของร่างกายจะไขว้กันที่จุดท้ายทอย ดังนั้นสมองก้านซ้ายจะควบคุมการทำงานของร่างกายด้านขวา และสมองด้ายขวาจะควบคุมการทำงานของสมองด้านซ้าย 
บริเวณฝ่าเท้าจะแบ่งศูนย์รวมประสาทไว้ 4 ส่วน ส่วนศีรษะ ส่วนอก ส่วนช่องท้อง และบริเวณเชิงกรานการกดจุดของแพทย์แผนไทยและจีนได้เขียนไว้ในตำราอย่างผสมผสานกลมกลืน หมอที่ชำนาญบางท่านใช้แค้น้ำมันนวดเท้าและกดเบา ๆ สามารถส่งผลไปยังจุดสะท้อนจนกระทั่งคนไข้สามารถรับรู้ได้ถึงพลังดังกล่าว ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือไม้กดให้ยุ่งยาก 
สำหรับคุณแม่หลังคลอดจะเน้นแค่นวดให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้า ของเส้นเอ็นและพังผืดของกล้ามเนื้อฝ่าเท้า ใช้น้ำร้อนแช่ไว้เพื่อลดอาการเกรงของตะคริวอุ้งเท้า และตะคริวน่อง 

๕.) ประคบด้วยลูกประคบ เส้นเอ็นกล้ามเนื้อและเส้นประสาท (Somatic Nerve) จะถุกกะตุ้น(Efferent Nerve) และกระจายออกมาส่งผลให้ระบบกลไกลการทำงานของร่างกาย หัวใจ ตับ ปอด ต่อมไร้ท่อ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เนื้อเยื่อ พลาสมา ระบบการหมุนเวียนของอากาศ ความเป็นกรดด่างของร่างกายทำงานเป็นปกติ 

๖.) ถอนพิษน้ำคาวปลาด้วยหม้อเกลือใบพลับพลึง เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดโดยใช้หม้อทะนนใส่เกลือตัวผู้ขึ้นตั้งไฟทับที่บริเวณหน้าท้อง แขน ขา ทำให้มดลูกแห้งเข้าอู่ได้สนิท ลดไขมันหน้าท้องให้ท้องยุบ น้ำคาวปลาไหลเดินดี แก้อาการปวดเมื่อยจากการเกร็งตัวบีบรัดของมดลูกและทำลายเชื้อโรคเช่นเชื้อ Streptococcus Escherichia Coli ในอุจจาระเนื่องจากอาการท้องผูกและทำให้เกิดลมในท้องมาก 

๗.) นวดเต้านมเพื่อให้มีน้ำนมมากขึ้น ในวันที่๓หลังคลอดเต้านมจะคัดตึงและเจ็บปวดน้ำนมสีเหลืองเรียกว่า Colostum ออกมาประมาณ ๕๐๐ ซี ซี การใช้ความร้อนช่วยนวดจะประคับประคองเต้านมไม่ให้หย่อนคล้อยยาน หลังจากคุณแม่เลิกให้นม ต่อมไขมันจะไม่แตกเพราะแรงดูดของทารกเนื่องจากน้ำนมไหลสะดวก 

๘.) ขัดผิวกายด้วยเกลืออโรม่า สมุนไพรสด ตามบริเวณข้อพับ แขน ขา รักแร้ ต้นคอ ก้น ขอบกางเกงใน หน้าท้องเพื่อขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออก 

๙.)แช่น้ำนมสด โดยทางเราจะใช้น้ำนมพลาสเจอร์ไรท์ หรือ นมสด ทานวด เบา ๆ เพื่อให้น้ำนมซึมเข้าสู่ผิวหนัง หลังจากขัดด้วยเกลือรุขุมขนจะขยายและปิดรูขุมขนด้วยไขมันและโปรตีนจากนมจะเป็นตัวบำรุงให้ผิวสดชื่น 

๑๐.)นวดหน้า ด้วยครีมนวดหน้า เพื่อ บำรุงและขยายรูขุมขน ขจัดสิวเสี้ยนที่ฝังมานาน กดจุดศีรษะ ใบหน้า ลำคอ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดี กดเน้นเส้นประสาทบริเวณต้นคอ และใต้ใบหูเพื่อลดอาการซึมเศร้าหลังคลอด กดจุดศูนย์รวมประสาทบริเวณกระหม่อมถึงท้ายทอยจะทำให้คุณแม่รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ลดอาการหดหู่คืนความสดชื่นให้คุณแม่ 

๑๑.) รมตา ด้วยไอน้ำ ความร้อนจากสมุนไพรและเครื่องยา ผักบุ้งแดงทั้ง ๕ ทำให้กล้ามเนื้อและม่านตากระชับและเข้ากระโจมอีกครั้งหนึ่งใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาที 

๑๒.)หลังจากนั้นคุณแม่นั่งพัก ให้ตัวแห้งจึงอาบน้ำสมุนไพรที่ใช้ในการอยู่กระโจม ผสมน้ำอุ่นพอประมาณอาบ น้ำ สระผม สวมเสื้อผ้าที่สะอาด เพื่อเตรียมตัวให้นมน้อง
เมื่อไหร่อยู่ไฟแล้วได้ผลดี 
คุณแม่ที่คลอดธรรมชาติสามารถอยู่ไฟได้หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว ๗-15 วัน เพื่อให้น้ำคาวปลาที่กำลังไหลออกมา แห้งเร็ว 
สำหรับคุณแม่ผ่าคลอดหลังจากคลอด ๔๕ วัน ถึงจะอยู่ไฟได้ ต้องรอให้แผลฝีเย็บบริเวณหน้าท้อง แห้งสนิทก่อน เวลาที่ประคบหน้าท้องด้วยหม้อเกลือหรือลูกประคบจะไม่ทำให้แผลแตก 
ระยะเวลาที่ใช้อยู่ไฟในแต่ละวัน 
การอยู่ไฟลังคลอดโดยวิธีการนี้กระทำกันมานานตั้งแต่ในสมัยโบราณแต่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้ทันสมัย ทั้งวิธีการและอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนสมันก่อน ในการอยู่ไฟแต่ละวันใช้เวลาประมาณ ๔ ชม. สำหรับคุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ ๔๐-๕๐ กก. ขึ้นไปควรจะได้รับการอยู่ไฟ ๕วัน ติดต่อกันและควรจะมีผู้ช่วยไว้คอยดูแลน้องเพื่อที่คุณแม่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่